หากเป็นในต่างประเทศโดยเฉพาะแถบยุโรป หรือประเทศที่เจริญแล้ว มีการบัญญัติขึ้นมาว่า “คนพิการต้องมีโอกาสได้ทำงานเมือนคนทั่วไป ” เพื่อที่จะให้พวกเขาได้มีงานทำเช่นเดียวกับคนปกติ ไม่เป็นภาระแก่สังคมและครอบครัว ส่วนในประเทศไทยได้มีนโยบายการจ้างงานคนพิการเมื่อปี 2550 ซึ่งมาตรา 33 และมาตรา 35 ได้กำกับไว้ แต่ด้วยปัจจัยบางอย่างที่ไม่เอื้ออำนวยทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ มากมาย วันนี้ talkatime.com ได้นำเสนอความแตกต่างของ ม.33 และ ม.35 จะเป็นอย่างไร ตามกันไปได้เลยครับ 

การจ้างงานคนพิการ ม.33 และ ม.35 คืออะไ

           การจ้างงานคนพิการ ม.33 และ ม.35 คืออะไร

                ในปี 2550 รัฐบาลได้มีการออก “พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ”  เพื่อเป็นนโยบายให้องค์กรต่าง ๆ จ้างงานคนพิการ โดยที่สถานประกอบการที่มีพนักงานจำนวน 100 คน ต้องจ้าง คนพิการ 1 คน ก็เท่ากับอัตราส่วน 100 : 1  หรือ หากมีพนักงาน 200 คน ก็จ้าง คนพิการ 2 คน หรือถ้าองค์กรไหนไม่อยากหรือไม่สะดวกจ้าง มีทางเลือกคือ ต้องส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการปีละ 1.1 แสนบาทต่อคน

           การจ้างงานคนพิการ มาตรา 33

               กฎกระทรวงแรงงานได้กำหนดหลักเกณฑ์ไว้ว่า

  1. ให้หน่วยงานของรัฐและนายจ้าง หรือสถานประกอบการที่มีพนักงาน 100 คนขึ้นไป รับคนพิการเข้าทำงาน 1 คน
  2. ถ้ามีลูกจ้างไม่ใช่คนพิการทุก 100 คน ต่อ คนพิการ 1 คน อาจจะมีเศษของร้อยคน ถ้าเกินอีก 50 คน ก็ต้องเพิ่มรับคนพิการเข้าทำงานอีก 1 คน
  3. ต้องรับคนพิการที่มีความสามารถเข้าทำงานไม่ว่าจะตำแหน่งอะไรก็ตาม
  4. วิธีการนับลูกจ้างให้นับทุกวันที่ 1 ตุลาคมของทุกปี
  5. หากมีหน่วยงานมีสำนักงานสาขาในจังหวัดเดียวกัน ให้นับรวมเข้าด้วย
  6. ถ้าหากไม่รับคนพิการเข้าทำงานจะต้องส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการปีละ 1.1 แสนบาทต่อคน

               การจ่ายค่าตอบแทน

                     หลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนหากเป็นหน่วยงานของรัฐบาล ก็เป็นไปตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน  ส่วนนายจ้างหรือสถานประกอบการให้เป็นไปตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ

การจ้างงานคนพิการ ม.33 และ ม.35 คืออะไ

       การจ้างงานคนพิการ มาตรา 35

               หากไม่ประสงค์หรือไม่สะดวกรับคนพิการเข้าทำงานในตำแหน่งต่าง ๆ ตามาตรา 33 ได้ มีอีกทางเลือกหนึ่งคือ สามารถดำเนินการระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการให้สัมปทาน พ.ศ.2558  โดยมีทางเลือกดังนี้

  1. การให้สัมปทาน   คือ การให้สิทธิแก่คนพิการหรือผู้ดูแลได้รับประโยชน์จากการใช้ทรัพย์สินเพื่อการประกอบอาชีพ
  2. การจัดสถานที่จำหน่ายสินค้าและบริการ การที่หน่วยงานของรัฐ สถานประกอบการ จัดแจงสถานที่ให้จำหน่ายสินค้าหรือบริการ ซึ่งทั้งบริเวณภายใน บริเวณภายนอก เพื่อให้คนพิการและผู้ดูแลได้ใช้ประโยชน์การประกอบอาชีพ
  3. การจัดจ้างเหมาช่วงงานหรือจ้างเหมาบริการ คือ การจ้างเหมาช่วงงานและการจ้างเหมาบริการ (สัญญาจ้าง) จากคนพิการหรือ ผู้ดูแลคนพิการโดยตรงก็ได้
  4. การฝึกงาน  คือ การเพิ่มพูนทักษะ ความรู้และประสบการณ์ การถ่ายทอดความรู้วิทยาการและเทคโนโลยีเพื่อที่จะสามารถนำไปต่อยอดการประกอบอาชีพในอนาคต
  5. การจัดให้มีอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวก  คือ การจัดให้มีขึ้นใหม่ หรือก่อสร้างใหม่ ปรับปรุงให้ดีกว่าเดิม โดยเฉพาะสิ่งอำนวยความสะดวกแก่คนพิการ
  6. การจัดให้มีล่ามภาษามือ คือ ในสถานประกอบการหรือหน่วยงานของรัฐมีคนพิการทางการได้ยิน 20 คน ต้องมีล่ามภาษามือ 1 คน
  7. การให้ความช่วยเหลืออื่น ๆ คือ อาจจะสนับสนุนในด้านเงินทุน วัสดุ อุปกรณ์ ครุภัณฑ์ เครื่องมือ และทรัพย์สินอื่น

           สิ่งที่ได้รับจากการจ้างงานคนพิการ

                      จากมาตรา 33 หากไม่ส่งเงิน, ส่งล้าช่า หรือส่งไม่ครบจำนวน ต้องเสียดอกเบี้ยอีก 7.5 ต่อปีของเงินที่ยังไม่ส่ง ในกรณีที่จ้างคนพิการ หรือนำเงินส่งเข้ากองทุนฯ จะได้รับยกเว้นภาษีเป็นร้อยละจำนวนที่ส่งเข้ากองทุน

         ปัญหาที่พบในการจ้างงานคนพิการ

  1. นายจ้างและองค์กร มีความยากลำบากในการหางานให้ตรงกับความสามารถของผู้พิการ หรือผู้พิการอาจจะไม่ในลักษณะงานที่ทำสถานที่ไม่เอื้ออำนวยต่อคนพิการ
  2. ผู้พิการ มีข้อจำกัดในเรื่องของการเดินทาง ต้องมีคนช่วยเหลือตลอดเวลา  หรือลักษณะที่ได้อาจจะไม่ตอบโจทย์กับความสามารถและศักยภาพที่มี

                 ทุกคนคงทราบถึงความแตกต่างของการจ้างงานคนพิการมาตรา 33 และมาตรา 35 ว่ามีหลักเกณฑ์อะไรบ้าง การปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบ แต่ก็ยังพบปัญหาต่าง ๆ อาจจะเนื่องด้วยข้อจำกัด หรือสภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย ลักษณะงานบางอย่างอาจจะเป็นอันตรายก็ได้

แนะนำบทความน่าสนใจ

ปกติเรามักจะได้ยินว่าต้นไม้สามารถฟอกอากาศได้ ซึ่งในช่วงนี้พืชที่ไม้ฟอกอากาศ กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ในกลุ่มคนแต่งบ้าน หรือคนที่รักสุขภาพ และนั่นก็ทำให้ชาวไร่ชาวสวน หรือพ่อค้าแม่ค้ากลุ่มคนขายต้นไม้ มีรายได้ที่มากขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีมาก ๆแต่นอกจากไม้ฟอกอากาศจะฮิตและได้รับความนิยมแล้ว เพื่อน ๆ รู้ยัง? ต้นไม้สามารถไล่ยุงได้ ส่วนจะมีต้นไหนที่ปลูกแล้วกำจัดยุงได้บ้าง ตามไปดูพร้อมกันเลย

รู้ยัง? ต้นไม้สามารถไล่ยุงได้
รู้ยัง? ต้นไม้สามารถไล่ยุงได้