วิธีพยุงธุรกิจให้รอด ท่ามกลางพิษเศรษฐกิจที่กระทบทั่วโลก

ปัจจุบันโลกของเรากำลังเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ ซึ่งแต่ละองค์กรต่างก็ต้องดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอด และหาหนทางให้ธุรกิจ สามารถเดินต่อไปได้แบบให้กระทบน้อยที่สุด แต่อย่างที่ทราบดีว่าเรื่องนี้มันไม่ได้ทำกันง่าย ๆ ไม่เช่นนั้นคงไม่มีโรงงานอุตสาหกรรมรายใหญ่หลายเจ้า ออกมาประกาศปิดกิจการกันนับไม่ถ้วน

แน่นอนว่าการบริหารงานและการจัดการของหน่วยงานรัฐ รวมไปถึงรัฐบาล มันส่งผลกับเรื่องนี้โดยตรง แต่ในเมื่อเราหวังพึ่งรัฐอย่างเดียวไม่ได้ เราก็ต้องพยายามดิ้นรนเอาตัวรอดด้วยตัวเองให้ได้ งั้นเรามาดูกันดีกว่าว่า วิธีพยุงธุรกิจให้รอด ท่ามกลางพิษเศรษฐกิจที่กระทบทั่วโลก จะต้องเริ่มจากจุดไหน

แนะนำ วิธีพยุงธุรกิจให้รอด ท่ามกลางพิษเศรษฐกิจที่กระทบทั่วโลก

ขจัดหนี้ส่วนเกินออกให้มากที่สุด
ขจัดหนี้ส่วนเกินออกให้มากที่สุด
  1. ขจัดหนี้ส่วนเกินออกให้มากที่สุด

การไม่มีหนี้สะสม เป็นการรักษาองค์กรของเราเอาไว้ได้นานที่สุด โดยทุกท่านต้องเริ่มจากการประเมินก่อน ว่าหากรายได้ที่เข้ามาลดลงย่อมหมายความว่าผู้ประกอบการ SME อาจจะไม่สามารถทำการชำระหนี้ที่มีอยู่ได้เหมือนตอนที่ยังมีรายรับที่ดีเป็นปกติ ดังนั้น ควรมีการประเมินผลและพิจารณาถึงหนี้ที่มีอยู่อย่างรอบคอบเพื่อหาทางจัดการกับหนี้ที่เป็นส่วนเกิน โดยอาจจะเป็นไปในแนวทางของการใช้การค้ำประกันเงินกู้โดยสถาบันที่สนับสนุนธุรกิจขนาดเล็ก การจำนอง วงเงินสินเชื่อจากธนาคารหรือสถาบันการเงิน หรือแม้กระทั่งสัญญาเช่าต่าง ๆ

2. ติดตามสถานการณ์การเงินแบบรายวัย

ความจริงถ้าติดตามแบบรายชั่วโมงได้มันจะยิ่งดีมากกว่า เพราะส่วนนี้ถือว่ามีผลกับธุรกิจแบบจริงจัง เนื่องจากเรื่องการเงินเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้น ควรทำการติดตั้งระบบที่ทำการแทรคการดำเนินงานของธุรกิจ และรายงานการเงินแบบรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน ซึ่งการติดตามการเงินทุกวันนี้เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่จะทำให้เห็นว่าส่วนไหนเป็นตัวทำกำไรหรือทำให้ขาดทุนให้กับบริษัท เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนงานและกลยุทธ์ต่อไป

ขยายการเข้าถึงกลุ่มลูกค้า
ขยายการเข้าถึงกลุ่มลูกค้า

3. ขยายการเข้าถึงกลุ่มลูกค้า ให้มากที่สุด

บางครั้งเราต้องลงมาสำรวจด้วยตัวเอง ว่าการเข้าถึงลูกค้าของเรา มันอยู่ในจุดที่ดีพอ หรือสูงสุดแล้วหรือยัง ถ้าพบว่ายังและมันสามารถไปต่อได้อีก ก็อย่ารอช้าที่จะเข้าไปทำ การตลาดที่ใช้ออนไลน์มาเป็นเครื่องมือจะช่วยให้ธุรกิจขยายไปได้ทุกที่ ยิ่งถ้าแบรนด์ไหนสามารถสร้างความแตกต่าง มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้แล้วนั้นยิ่งทำให้ได้ใจลูกค้ามากเท่านั้น ดังนั้น แม้จะเจอพิษเศรษฐกิจตกต่ำ ก็ต้องพยายามขยายการเข้าถึงลูกค้าโดยเฉพาะจากลูกค้าใหม่และช่องทางใหม่ ๆ เช่น อาจลองหันมาใช้ช่องทางออนไลน์ซึ่งต้นทุนต่ำ เป็นต้น

4. ทบทวนแผนการตลาดให้ดี ก่อนประกาศใช้

แผนการตลาดมีผลกับธุรกิจเสมอ ดังนั้น ก่อนจะมีการประกาศใช้ ท่านต้องพิจารณาให้ดี ๆ อย่างที่รู้กันว่าปัจจุบันเป็นยุคที่ทุกอย่างทำได้ด้วยปลายนิ้ว ดังนั้น ผู้ประกอบการ SME ควรหันมาทำการตลาดผ่านออนไลน์และใช้อินเทอร์เน็ตในการเข้าถึงผู้บริโภค การใช้โซเชียลมีเดียเป็นอีกช่องทางที่จะโปรโมตสินค้า และบริการได้อย่างรวดเร็วกว่าการใช้สื่อแบบดั้งเดิม  หากใครยังไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ อาจจะต้องเริ่มหัดใช้ และมองหาแนวทางใหม่ ๆ เพื่อเป็นตัวช่วยให้ธุรกิจสามารถไปต่อได้เสมอ

5. ปรับขนาดองค์กรให้เล็กลง

แม้จะไม่มีใครอยากเลือกทางนี้ เพราะมันมีผลกระทบกับหลายด้าน แต่ท้ายที่สุดถ้ามันเลือกไม่ได้ เราก็ต้องปรับขนาดขององค์กรลง เพื่อให้ธุรกิจมันเดินไปข้างหน้าต่อได้ เมื่อประสบกับภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองสิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้อยู่รอดได้คือ การปรับลดขนาดองค์กรให้เล็กลง แน่นอนว่าจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อจำนวนพนักงาน และเรื่องของค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจต่างๆ ซึ่งต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบระมัดระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการลดจำนวนคนลงที่ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน โดยในส่วนนี้อาจจะต้องใช้วิธี Outsource ออกไปแทนนั่นเอง เราเชื่อว่าในสภาวะที่เศรษฐกิจ มันเดี๋ยวดีเดี๋ยวแย่อย่างเช่นปัจจุบัน ไม่ว่าใครก็ต้องพบกับปัญหาเกี่ยวกับ ธุรกิจ แน่นอน องค์กรที่เล็กหน่อย ผลกระทบก็อาจจะน้อยกว่า ส่วนองค์กรที่ใหญ่กว่า ก็อาจจะเจอผลกระทบที่มากกว่า สำหรับใครที่กำลังวางแผน หรือหาแนวทางให้ธุรกิจมันสามารถไปต่อได้ ในช่วงเวลาแบบนี้อยู่ เราหวังว่าเนื้อหาที่นำเสนอท่านไปวันนี้ จะช่วยได้ไม่มากก็น้อย